วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เรื่อง มโหสถ

.  เรื่อง  มโหสถ
            มโหสถ นิห์ ก็อดมนึห์ฉลาด ปัญญาจะนับ แต่ มนึห์ฉลาด จันญ์ประป็วน สดัจญ์ พะน็อล นึง มโหสถ นึงกะน็อง ปรำปิลงาย ออยเตารัว ประป็วลออยบาน มันเมียนนางกำนัน นางสนม ปรัวะเกมันจ็องบาน เวียโง    เลยรัวประญามัวเปรอ  เตายัวแจร จรูกปร็อย มัวจังกอดเกรื๊อบอังกอ ตูจๆ ดะถ็องเตา บอทา สรัย นา ตะนำ อังกอนิห์ จะอ็อน นิห์ประป็วน เก แสนะ เก ดอร เจ็ง ปี นคร เตาเริยๆ  เตาด็อลปะเตียะห์กระ         ม็อมมูย เตาซ็อมโฮปบาย เกทา เนียงซ็อมโฮปบายล่ะ แตมันยัวอังกอเนียง ยัวอังกอบอง  บองแว็กอังกอมัวสรัจญ์  เลยฮ็อจอังกอออย เนียงสรัย แตสรัยนุห์ฉลาด บ๊อกเมอเวียเด็งทาแจรจรูก เวียกอยัวอังกอเวียตะนำ พอมโหสถเคินทา ประญาแด็กคะเนีย  เลยจ็องลวงประญาเตจ ตะแน็งทา นาสะเกื๊อลเพลาเตา สร็อะภูมิ ทม ชงาย บลา สรัยทา มัน ชงาย เต บอง แตตึก สมอกะบาลจังก็วงเด้อ แตมันเมียนเพลาตึกเต  พอ ดอร เตา บะสอยสัมป็วต ปรัวะกอดแต กันตรอย มะนึสมัยปีดอมเปียะสัมป็วต  พอเตาเคินแพลปรีงกึดจ็องโฮป สรัยทา บอบองจ็องโฮป จำเนียงแบะห์ออย  บองโฮปตะเจียะหรือโฮปกะเดา  เกทาโฮปกะเดา  สรัยแปละห์จอลดะด็อย  พอรึห์ลองมัว  บะพล็อมส็อน มโหสถมะนึห์ประญาจะนับแต่ จันญ์ประป็วน    
            มโหสถนั้นเป็นคนฉลาดด้านปัญญามาก แต่คนฉลาดแพ้เมีย พระราชาจึงเดิมพันกับมโหสถ  ภายใน 7 วัน ให้ไปหาเมียให้ได้ นอกจากนางกำนัน  นางสนม เพราะเขาไม่อยากได้มันโง่  เลยคิดใช้ปัญญา  ไปเอาเคี้ยวหมูป่ามาฝนเล็กๆเหมือนเมล็ดข้าว แล้วก็ใส่ถุง ถ้าหญิงคนไหนสามารถหุงข้าวนี้สุกนั้นแหละ คือเมีย  จากนั้น เขาก็เดินออกจากนครไปเรื่อยๆ  จนไปถึงบ้านของหญิงสาวคนหนึ่ง  ไปขอกินข้าว เขาว่า น้องพี่ขอกินข้าวหน่อย  แต่ไม่เอาข้าวสารน้องน่ะ เอาข้าวสารที่พี่เตรียมมา  เลยยื่นข้าวสารให้ หญิงสาวก็เป็นคนฉลาดพอเปิดดูก็รู้ว่าเป็นเคี้ยวหมู  ก็เลยเอาข้าวสารของตนเองหุง  พอมโหสถเห็นว่ามีปัญญาเหมือนกัน เลยอยากลองปัญญาอีก จึงถามว่า น้องรู้จักทางไปบ้านภูมิทมหรือเปล่าไกลไหม หญิงสาวว่าไม่ไกลหรอก แต่น้ำเสมอหัวเขา ต้องถลกกผ้าถุง  แต่ไม่ใช่ทางน้ำ พอเขาเดินไปก็ต้องถลกผ้าถุงขึ้นจริงๆ เพราะมีแต่หญ้าเจ้าชู้ขึ้นเต็ม เพราะคนสมัยแต่ก่อนใส่ผ้าถุง  พอเดินไปเห็นผลหว้าคิดอยากกิน  หญิงสาวบอกว่า ถ้าอยากกินเดี๋ยวน้องขึ้นเก็บให้  แล้วพี่อยากกินร้อนหรือกินเย็น  เขาบอกว่ากินร้อน  หญิงสาวเลยเก็บแล้วโยนใส่ดิน  พอเก็บขึ้นมาก็ต้องเป่าดิน มโหสถเป็นคนที่ฉลาดมาก แต่แพ้ปัญญาเมีย

เรื่อง อาจ็อยเตารัวเตีย (ศรีธนชัยไปหาเป็ด)

เรื่อง อาจ็อยเตารัวเตีย  (ศรีธนชัยไปหาเป็ด)
            อาจ็อย เก สลันญ์ กระมอม ชะเมาะห์ คอด งายมูย เอา ออย เตา รัว ติง เตีย มัว แซน ประเกื๊อม นึงเตาแซนคอด ออยอาจ็อย พอปรึ๊กเลิง อาจ็อย กอเจ็ง เตา รัว เตีย ป็อนแต่รัว ปีตะโบง พ็อด อีเจิง ก็มันเมียน เมื๊อน มะมูยโตว์  ปรึ๊กเลิงเตาเตด เตาเคินญ์
ประว็อก เวียกึด ทา แตเตีย เลยตะแน็ง มะนึห์บ็องตร็อย ทา ปูเตียระนา  ปู ปรับถา มันเมนเตีย อาจ็อยก็เฉลาะห์ เก ทาเตีย เฉลาะคะเนียเตามัว ปู กอเลยทาเตียก็เตีย เจาะห์เตียระนา  ปู จ็องบานสตาง กอเลยทา เตียอันญ์ มูยโต หาส็อบ บาท อาจ็อยเวียก็จายสตางค์เตา  ยัว ประว็อก เตาออยเอา เลยป่ะห์เอาเจ เวียก็ มันบาน เตา โซร ยัว คอด
            ศรีธนนชัยหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง  ซึ่งเธอชื่อว่าคอด  อยู่มาวันหนึ่งศรีธนนชัยได้รับคำสั่งจากพ่อให้ออกไปซื้อเป็ดเพื่อนำมาเซ่นไหว้ประคำช้าง เพื่อไปขอหมั้นคอด  วันรุ่งขึ้นศรีธนนชัยก็ออกไปหาซื้อเป็ดแต่เช้าจากทางทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกก็ไม่มีเลยสักตัว  พอรุ่งขึ้นศรีธนนชัยก็ออกไปหาซื้อเป็ดอีก   พาออกเดินทางไปเรื่อยๆ   ก็พบกับฝูงนกเป็ดน้ำจึงนึกว่าเป็นเป็ด  จึงถามคนหว่านแหว่า  ลุง  นั้นเป็ดของใคร  ลุงก็ตอบว่าไม่ใช่เป็ด  ศรีธนนชัยก็เถียงว่านั้นมันเป็นเป็ด  พอเถียงกันไปเถียงกันมา ลุงเลยบอกว่าเป็ดก็เป็ด  ลุงแกอยากได้เงินก็เลยว่า เป็ดของลุงเองขายตัวละห้าสิบบาท  ศรีธนนชัยก็ตัดสินใจซื้อและจ่ายเงิน  แล้วเดินทางกลับบ้านพร้อมนำนกเป็ดน้ำกลับไปให้พ่อ  พอไปถึงบ้านศรีธนนชัยก็โดนพ่อด่าและทำให้ศรีธนนใช้ไม่ได้ไปขอหมั้นคอด


นิทาน รืงนิห์ ซอน ออย เด็งทา “มะนึห์ โจ ยอม ก๊อด จำนัย คัน มะนึห์ ฉลาด”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  “คนโง่ยอมเป็นเหยื่อของคนฉลาด”

เรื่อง กันตรอย ตอน โลกเอาลิดอัจเมื๊อน

3.  เรื่อง กันตรอย ตอน โลกเอาลิดอัจเมื๊อน  (หลวงพ่อเลียขี้ไก่)
(กันตรอย คือ เรื่องที่ตลก สนุกสนาน)
            เมียน เณร พองโลกเอา เนาเวื๊อด พองคะเนีย โลกเอานุห์ มันแจะห์ แด็งท็อร
ตะติก งายมูย โลกเอา ปรับออยเณร เนาเวื๊อด กำออยเมื๊อน มัวจุห์ ดะเวื๊อด บอทา โลกเอาฮ็อก มัว เคินก๊อดอัจเมื๊อน นึงออย ลิด ออยเอาะห์ โลกเอา เกเจง เตาปรัยภูมิ เณรอังกุยเลย เตามัว เคินโลกเอา ฮ็อกมัวกรอ มันเคิน เมื๊อนโจล มัวจุห์ มะมัวโต เมียนตะจะแก โจลมัวจุห์  เลยเตาลีงบายกรีมนึงเจก ผสอมโปด ดะ สะกอร ปดม ออย ยัง อัจจะแก ดะตุกก๊อดบอน ก๊อดบอน เป็งเวื๊อด พอโลกเอาฮ็อกมัวเคิน เคินก็เจเณร แดลปลอยออยเมื๊อนมัวจุห์ แสนะห์ออย เณรลิด ออย ออะห์ เณร ลิด อยาง จงัน โลกเอาเลย ลองลิดเมอ  แต ลิด ป่ะห์ อัจ เมื๊อน เมี๊ยนเตียน  ก็เลยจันปัญญาเณร
            มีเณรกับหลวงพ่ออยู่วัดเดียวกัน  ซึ่งหลวงพ่อนั้นไม่รู้จักสวดมนต์แม้แต่บทเดียว  วันหนึ่งหลวงพ่อบอกให้เณรอยู่วัด ดูแลวัดให้ดี อย่าให้ไก่มาขี้ใส่วัด ถ้าหลวงพ่อกลับมาเห็นขี้ไก่จะให้เลียให้หมด หลวงพ่อก็ออกไปป่า  เณรนั่งเล่นไปมา เห็นหลวงพ่อกลับมาช้า  และก็ไม่เห็นจะมีไก่เข้ามาขี้ มีแต่หมาเข้ามา  เขาจึงไปขั้วข้าวเกรียบผสมกล้วย ผสมข้าวโพดใส่น้ำตาล  ปั้นเป็นก้อน เหมือนขี้หมา วางไว้เป็นจุด เป็นจุด ทั่ววัด  พอหลวงพ่อกลับมาเห็น ก็เลยด่าเณรที่ปล่อยให้ไก่มาขี้ใส่วัด  จึงสั่งให้เณรเลีย เณรก็เลียส่วนที่เป็นขนม  หลวงเห็นเณรเลียอย่างอร่อย ก็เลยอยากลองเลียดูบาง  จึงเลียแต่เลียโดนขี้ไก่จิงๆ  ก็เลยแพ้ปัญญาเณร

เรื่อง สุปัตติทิตา

เรื่อง  สุปัตติทิตา
            เมียน เนี๊ยะเปรียนมูย ชะม๊อะห์ สุปัตติทิตา ต็อง ปีเกิด มัว มึนเกยเทอบ็อน  เทอแต่บาป กร๊อะปรึ๊กมัว จับโปรย สนา  บาน โจลแต่ปร็อย สลับสัตว์  งายมูย เก กอด
โรคนึง เงื๊อบ เลยกึดเคย ทา ค็อนแองนิ  มันเกย เทอบ็อน เมียนเปรียะห์แอ็น จำแลงโคลนมัว เมียนโลกเอา มัวดอรกุมบาต พอสุปัตติทิตา เคินง์ ก็ก๊อด จิดศรัทธา ลองมัว ก็เลยดะบาต  ดอลเงื๊อบ เตา ก็บาน เลิงสวรรค์ ปรำปิล งาย เตรื๊อม เตา บ็องกรรม แดล
ค็อนแอง เกยเทอ
            มีนายพรานคนหนึ่งชื่อ สุปัตติทิตา  ที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำบุญ  ตื่นขึ้นมาก็ถือผาหน้าไม้เข้าป่าไปล่าสัตว์  อยู่มาวันหึ่ง เขาเกิดเป็นโรคและใกล้จะตาย ก็เลยคิดขึ้นมาว่า ตนเองนั้นไม่เคยทำบุญอะไรสักอย่างเลย   ท่านพระอินทร์เห็นเข้าก็เลยลงมาโปรดโดยจะแลงกายเป็นพระมาบิณฑบาต สุปัตติทิตา เห็นจึงเกิดศรัทธา ก็ใส่บาท  พอตายไปก็ได้ขึ้นสวรรค์ เพียง เจ็ดวัน จึงได้ไปชดใช้กรรมที่ตนเคยทำไว้มากมาย

นิทานพื้นบ้าน เขมร

นิทานพื้นบ้านเขมร
1.  เรื่อง  เนิกเมี๊ยะห์  (เต่าทองคำ)
       เมียน กระแซท็อย ชะเม๊าะห์ ปันทิกา เมียน ประป็วน ปีร  ประป็วนดอม มะนึห์ตร็อง ประป็วนตูจ มะนึห์ อิจฉาริษยา  งายมูย ประป็วนตูจ รัววิธีกำจัด ประป็วนดอม เกยัวเมี๊ยะห์ นึงกระน็อง กระแซท็อย เตาตุกนึง กระน็อง ประป็วนดอม  พอกระแซท็อยโจลกระน็องเตา ก็มันเคินเมี๊ยะ ก็เลยตะแน็งนางสนม  แต่ไม่กอดระนาเคิน ประป็วนตูจ เลยปรับถา ออยเตารัว นึงกระน็อง ประป็วนดอม พอกระแซท็อย โจลเตาก็เคิน กระแซท็อย ค็องจะนับ   งายมูย กระแซท็อยเนื๊อม ประป็วนดอม เตารัวตรัย ป็อนบ็อง
บลาก็บานแต เนิก มันบานตรัยมะมูยโต พอ บาน แตเนิก ก็นึงวัย เนิก ก็วดจอล
ประป็วนฮามตุก กระแซท็อย ปรับถา บอ บ็องบาน เนิกเตด อันนึงวัยก็วดจอล พอบ็อง ก็บาน แตเนิก เกค็อง จะนับ เลยยัว จระวา วัย ประป็วน เถลียะเจาะห์ ปีตูก เงื๊อบ กลับเจียด มัวก็อด เนิกเมี๊ยะห์
              มีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ปันทิกะ มีเมียสองคน เมียหลวงจะเป็นคนที่ซื่อสัตย์  แต่เมียน้อยเป็นคนชอบอิจฉาริษยา  วันหนึ่ง เมียน้อยหาวิธีจะกำจัดเมียหลวง เขาเลยแอบไปเอาเงินของเศรษฐีไปไว้ในห้องของเมียหลวง พอเศรษฐีเข้าไปในห้องห้องไม่เจอเงิน ก็เลยถามหากับพวกนางสนมต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครเห็น เมียน้อยเลยบอกให้ไปหาดูในห้องเมียหลวง ก็เจอ เศรษฐีโกรธมาก  แต่มาวันหนึ่งเศรษฐีได้พาเมียหลวงไปหาปลา แต่พอเศรษฐีทอดแหไปเท่าไรก็ได้แต่เต่า ไม่ได้ปลาสักตัว โกรธก็เลยจะตีเตาทิ้ง แต่เมียห้ามเอาไว้ เศรษฐีก็เลยบอกว่าถ้าทอดได้เต่าอีกครั้ง จะตีทิ้งจริงๆ พอทอดไปอีกก็ยังได้เตา เขาโกรธมากเลยคว้าไม้พายตีเมียตกลงจากเรือตาย  ฝ่ายเมียเลยกลับชาติมาเป็น เต่าทองคำ